จุดเปลี่ยนของชีวิตอย่างหนึ่ง ก็คือ “การเป็นลม”

2014.04.24 19:27 1,764 micro blog, Personal

IMG_20130527_193949

ก่อนหน้านั้นไม่รู้หรอกว่าคนเป็นลม หมดสติ เขารู้สึกยังไงกัน เคยเห็นเพื่อนเป็นลม ก็แค่เข้าไปช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ แต่พอเจอกับตัวเอง วูบ หมดสติ ล้มหัวฟาดฟื้น ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ มันเหมือนมีเรื่องให้ต้องกลัวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง คือเวลาจะทำอะไรบางอย่าง หรือเวลาที่ไม่สบาย เป็นไข้ เวียนหัว มึนๆ มันจะมี “ความกลัว” โผล่ขึ้นมาเตือนตัวเองเป็นแบบอัตโนมัติว่า เอ๊ะ! นี่เรากำลังจะเป็นลมหรือเปล่า? ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้ ที่เวลาจะทำอะไร ก็ทำไป ไม่ได้กังวลอะไร แต่ตอนนี้ เหมือนจะไม่กล้าทำให้สุด ความกังวล ความกลัว มันจะโผล่ขึ้นมาหลอกหลอนอยู่เสมอ

คิดๆดูก็คล้ายกับประสบการณ์นึงเมื่อตอนเด็ก ที่เคยเกิดอุบัติเหตุขี่เจ็ทสกีไปชนกับอีกคันนึง จนคู่กรณีขาแตก ถึงแม้จะโชคดีที่ฝ่ายนี้ไม่เป็นไรเลย แต่ก็เป็นเหตุให้หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เกิดการ “กลัวความเร็ว” อยู่พักนึงเหมือนกัน คือ เมื่อนั่งรถยนต์ที่ขับถึงความเร็วระดับนึง จะเกิดอาการหวิวๆ หวาดเสียวบ้าง แต่อาการที่ว่านี้ก็หายไปตามกาลเวลา จนตอนนี้กลับกลายเป็นคนขับรถเร็วเสียอีก

ก็ยังไม่รู้ว่าอาการกลัวครั้งนี้จะอยู่ไปอีกนานแค่ไหน แต่พบว่ามันส่งผลกระทบต่อชีวิตไม่ใช่น้อย เพราะพอคิดว่า ถ้าทำอะไรฝืนสังขารแบบสุดแรง แล้วเกิดเป็นลมวูบไปตอนที่อยู่คนเดียว นี่มันก็น่ากลัวมากอยู่นะ ทำให้ตัวเองเกิดอาการหลอนนี้อยู่เรื่อยๆ อย่างพอจะเฆี่ยนตัวเองใหัออกกำลังกายหนักขึ้นอีก ก็จะเกิดความกลัวที่ว่า ถ้าหากวูบขึ้นมาในฟิตเนสคอนโดเนี่ย กว่าจะมีคนมาเจอก็คงจะนานพอดู หรือเวลาควบคุมอาหาร แต่เดิมถ้าเกิดหิวขึ้นมานิดๆหน่อยๆแต่ทานครบโควต้าไปแล้ว ก็จะปล่อยผ่านไป แต่ตอนนี้พอหิวหรือท้องโหวงๆ ก็จะกลัวเป็นลมซะอย่างนั้น

ปล. บันทึกบล็อกตอนนี้ ในขณะที่กำลังเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน อย่างประหวั่นพรั่นพรึง ด้วยอาการวิงเวียนศีรษะ มึนๆงง หายใจไม่ค่อยสะดวก และสำคัญด้วยเหตุครั้งก่อนที่เกิดการเป็นลมล้มตึงดับวูบจอมืดไป ก็เกิดขึ้นที่สถานีบีทีเอสนี่เอง